Or's profilesupercat 's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    กำลังใจแด่ทุกคนที่มีความฝัน สู้เค้านะ

            ขอให้เรื่องของเราเป็นกำลังใจแก่คนที่มีความฝัน และตามหาฝันของตัวเองอยู่ทุกคนนะจ้ะ
    ตอนนี้เราก้อเท่ากับผ่านมาได้ครึ่งทางของความฝันละ  ที่ยังเหลือก้อคือผ่านการเทรนเพื่อไปทำงานได้อย่างดี  ตอนนี้เรารู้สึกดีๆมากๆ ได้กำลังใจจากคนรอบข้างที่รักเราเยอะมากๆ ทั้งพี่น้องเพื่อนฝูง  แม้กระทั่งคนที่รู้จักกันไม่นาน  แต่มีไมตรีจิตอันดีต่อกันและแสดงความยินดีต่อกันอย่างจริงใจ 
    โดยเฉพาะพ่อแม่ที่ดูจะมีความสุขกับกับลูกสาวมาก 
     
            สิ่งที่อยากบอกคือ  การที่เราจะฝ่าฟันมาถึงจุดนี้ได้ เราต้องผ่านสิ่งต่างๆมามากมาย ทั้งคำปรามาสหรือดูถูกจากคนอื่น  อย่างตัวเราเองระหว่างที่ทำงานไปเรียนภาษาไป เคยถูกคนใกล้ชิดว่า กลัวว่าเราจะไม่มีที่ไป  ไม่มีใครรับไปทำงานด้วย จึงพยายามที่จะเสียสละงานที่เค้าคิดว่าเค้าไม่สนใจให้เรา  เราเคยเสียใจที่รู้สึกว่าเค้าเห็นเราไม่มีความสามารถ แต่เราก้อเงียบ ไม่ได้นำคำนี้ไปพูดให้คนอื่นรอบข้างรู้ว่าเราได้รับคำพูดอย่างไรมา  เพราะคิดว่ามันไม่ได้จะเกิดผลดีแก่ใครเลย ถึงแม้จะเสียความรู้สึกมากๆ นอกจากนี้จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง จากนั้นเราก้อไม่ท้อ ยังคงมุ่งมั่นกับจุดมุ่งหมายของตนเองอยู่ และสอบโทอิคใหม่มีคะแนนเกิน  600  คะแนน จากนั้นคือตั้งเป้าไว้ว่าจะสอบแอร์ไม่เกินสิ้นปีนี้  และตอนนี้เราก้อทำสำเร็จ เป็นไปตามแผนที่วางไว้ทุกประการ 
     
            คนที่ต้องขอบคุณมากที่สุด คือซอล คนที่รับฟังอยู่คนเดียว เวลาที่เราได้รับคำพูดที่บั่นทอนกำลังใจจากคนอื่น  และคอยบอกเรา  กระตุ้นเตือน และให้กำลังใจเสมอว่า ให้เราเอาคำนั้นมาเป็นพลังใจ เพื่อที่จะทำได้ดี ดูแลแม้กระทั่งเสื้อผ้า ผม ว่าเรียบร้อยหรือยัง ขอบคุณมากๆจริงๆนะ  ตอนนี้เรามาได้ครึ่งทางของความฝันแล้ว  ไม่ว่าใครจะคิดอย่างไรกับงานนี้ก้อตาม  แต่เราเองคิดว่าจะไปสัมผัสโลกกว้าง และความคิดเห็นใหม่ๆสักปีสองปีตามที่ฝันไว้แต่เด็ก  จากนั้นก้ออาจจะกลับมาทำงานอย่างอื่นต่อ^___^สู้เค้า ทาเคชิ

    เส้นทางของเรา

    วันจันทร์นี้แล้วสิ  ผลตรวจร่างกายแจลเวย์ของเราจะประกาศแล้ว  แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย  จากที่รอมาเป็นเดือน  รวมจากที่ส่งเมล์ไปสมัคร
    รอเรียกสัมภาษน์ รอบ 1 รอบ 2 ก้อร่วม 2 เดือนแล้ว 
    ถึงตอนนี้ใครๆจะบอกว่าไม่มีปัญหาแล้ว  แต่ก็ยังกังวลใจอยู่ดี  ยังจำความรู้สึกตอนที่เปิดหน้าจอดูว่าผ่านสัมภาษน์มั้ยได้อยู่เลย  โดยเฉพาะตอนรอบ 2 นี่ ลุ้นๆ  ถึงจะใช้เวลาระหว่างรอผลออกโดยการกลับบ้านทำบุญ ทำเป็นไม่สนใจ  แต่ลึกๆก็กังวลนะ  จำได้ว่าตอนเปิดหน้าจอดูเนี่ย  ดูแบบแอบๆ ไม่กล้าอ่านประโยคต้นๆ  แต่กวาดตาดูรวมๆ  พอเห็นว่ามีตารางเรียกรอบต่อไป  ดีใจสุดๆอ่ะ  ถึงค่อยกลับไปอ่านประโยคข้างบน แล้วก้อจัดแจงพริ้นไว้เป็นหลักฐานซะ
     
    ถึงตอนนี้ก็เหลืออีกไม่ถึงอาทิตย์ละจะประกาศผลตรวจร่างกาย  ที่แจลตรวจได้ละเอียดมากๆ  ละเอียดจนมันเป็นขั้นตอนสำคัญที่ทำให้เพื่อนๆหลายคนไม่สามารถผ่านไปบินได้ แต่หลังจากเห็นความดีใจของพ่อแม่ คนรอบข้างี่มีต่อเราแล้ว ทำให้เราต้องมาภาวนา  บนบานศาลกล่าวเพื่อให้ผ่านไปให้ได้  เห็นคนรอบข้างดีใจเท่าไหร่  เราเองก็ดีใจมากๆด้วยเหมือนกัน เราก็ยังแอบหวังอยู่ลึกๆว่า  เราจะไปถึงจุดนั้นได้ I'd like to be with you JALways.

    เรารักในหลวง

    supercat_thammasat>>>>>> >
    >>>>>> > เรื่องเล่าจากในวัง....แล้วคุณจะรัก"ในหลวง"
    >>>>>> >
    >>>>>> > ==================================
    >>>>>> >
    >>>>>>ผมมีเรื่องที่จะเล่าให้ฟังอยู่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง
    >>>>>> > เหตุการณ์เกิดที่จังหวัดตาก
    >>>>>> > เมื่อพระเทพทรงเสด็จไปเยี่ยมราษฏรตามที่ต่างๆ
    >>>>>> > และได้ทรงเสด็จไปเยี่ยมประชาชนในตลาดสด
    >>>>>> > และถามความเป็นอยู่กับบรรดาแม่ค้าในตลาด
    >>>>>> > แต่ก็มาถึงแม่ค้าปลา
    >>>>>> > ซึ่งพระองค์ทรงตรัสถามว่า
    >>>>>> > ปลาพวกนี้ขายอย่างไงจ๊ะ"
    >>>>>> > แม่ค้าตอบว่า"ที่สวรรคตแล้วกิโลละ40 บาท
    >>>>>> > และที่เสด็จไปเสด็จมากิโลละ80 บาทจ๊ะ"
    >>>>>> > เหตุการณ์นี้
    >>>>>>ทำให้ข้าราชบริพาลที่ตามเสด็จหัวเราะกันทุกคน
    >>>>>> >
    >>>>>>----------------------------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> >
    >>>>>> >อีกครั้งหนึ่งที่ภาคอีสานเมื่อเสด็จขึ้นไปทรงเยี่ยมบนบ้านของราษฎรผู้หนึ่ง
    >>>>>> >
    >>>>>> >ที่คณะผู้ตามเสด็จทั้งหลายออกแปลกใจในการกราบบังคมทูลที่คล่องแคล่วและ
    >>>>>> > ใช้ราชาศัพท์ได้อย่างน่าฉงน
    >>>>>> >
    >>>>>>เมื่อในหลวงมีพระราชปฏิสันถารถึงการใช้ราชาศัพท์ได้ดีนี้
    >>>>>> > จึงมีคำกราบทูลว่า"ข้าพระพุทธเจ้าเป็นโต้โผลิเกเก่า
    >>>>>> >
    >>>>>>บัดนี้มีอายุมากจึงเลิกรามาทำนาทำสวนพระพุทธเจ้าข้า.."
    >>>>>> >
    >>>>>>มาถึงตอนสำคัญที่ทรงพบนกในกรงที่เลี้ยงไว้ที่ชานเรือน
    >>>>>> > ก็ทรงตรัสถามว่าเป็นนกอะไรและมีกี่ตัว..
    >>>>>> > พ่อลิเกเก่ากราบบังคมทูลว่า
    >>>>>> > มีทั้งหมดสามตัวพระมเหสีมันบินหนีไป
    >>>>>> > ทิ้งพระโอรสไว้สองตัว
    >>>>>> > ตัวหนึ่งที่ยังเล็กตรัสอ้อแอ้อยู่เลย
    >>>>>> > และทิ้งให้พระบิดาเลี้ยงดูแต่ผู้เดียว"
    >>>>>> > เรื่องนี้ดร.สุเมธ
    >>>>>> >
    >>>>>>เล่าว่าเป็นที่ต้องสะกดกลั้นหัวเราะกันทั้งคณะไม่ยกเว้นแม้ในหลวง
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > เมื่อครั้งท่านพระชนม์มายุ72 พรรษา
    >>>>>> > มีการผลิตเหรียญที่ระลึกออกมาหลายรุ่น
    >>>>>> >
    >>>>>> >เจ้าของกิจการนาฬิกายี่ห้อหนึ่งได้ยื่นเรื่องขออนุญาตนำพระบรมฉายาลักษณ์
    >>>>>> > ของท่านมาประดับที่หน้าปัดนาฬิกาเป็นรุ่นพิเศษ
    >>>>>> > ท่านทราบเรื่องแล้วตรัสกับเจ้าหน้าที่ว่า
    >>>>>> > ไปบอกเค้านะเราไม่ใช่มิกกี้เมาส์"
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > เรื่องการใช้ราชาศัพท์กับในหลวง
    >>>>>> > ดูจะเป็นเรื่องใหญ่ที่ใครต่อใครเกร็งกันทั้งแผ่นดิน
    >>>>>> >
    >>>>>>และไม่เว้นแม้กระทั่งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ได้เข้าเฝ้า
    >>>>>> > ทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงาน
    >>>>>> >
    >>>>>> >ครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนมีข้าราชการระดับสูงผู้หนึ่งกราบบังคมทูลรายงาน
    >>>>>> > ว่า"ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
    >>>>>> >
    >>>>>>ข้าพระพุทธเจ้าพลตรีภูมิพลอดุลยเดชขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
    >>>>>> > กราบบังคมทูลรายงานฯลฯ"
    >>>>>> > เมื่อสิ้นคำกราบบังคมทูลชื่อในหลวงทรงแย้มพระสรวล
    >>>>>> > อย่างมีพระอารมณ์ดีและไม่ถือสาว่า"เออดี
    >>>>>>เราชื่อเดียวกัน..."
    >>>>>> >
    >>>>>> >ข่าวว่าวันนั้นผู้เข้าเฝ้าต้องซ่อนหัวเราะขำขันกันทั้งศาลาดุสิดาลัย
    >>>>>> > เพราะผู้รายงานตื่นเต้นจนจำชื่อตนเองไม่ได้
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> >
    >>>>>> >มีอยู่ครั้งหนึ่งทรงเสด็จไปพระราชทานปริญญาบัตรให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง
    >>>>>> > ในระหว่างที่ทรงเปลี่ยนในครุยทรงโปรดสูบมวนพระโอสถ
    >>>>>> > แต่ว่าทรงหาที่จุดไม่ได้
    >>>>>> > ทางอธิการบดีซึ่งเฝ้าอยู่ก็จุดไฟให้พร้อมทูลว่า
    >>>>>> > ถวายพระเพลิงพระเจ้าข้า"
    >>>>>> > ในหลวงทรงชะงักก่อนจะแย้มสรวลน้อยๆ
    >>>>>>กับอธิการบดีว่า
    >>>>>> > เรายังไม่ตายถวายพระเพลิงไม่ได้หรอก"
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > เคยมีเรื่องเล่าให้ฟังว่า
    >>>>>> >
    >>>>>>ในหลวงเสด็จไปในถิ่นทุรกันดารเเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร
    >>>>>> >
    >>>>>>มีอยู่ครั้งหนึ่งพระองค์ท่านทรงแจกพระเครื่องให้กับราษฎรจนหมดแล้ว
    >>>>>> > แต่ราษฎรผู้หนึ่งกราบบังคมทูลขอรับพระราชทานพระเครื่องว่า
    >>>>>> > ขอเดชะขอพระหนึ่งองค์"
    >>>>>> > ในหลวงทรงตรัสว่า"ขอเดชะพระหมดแล้ว"
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> >
    >>>>>> >วันหนึ่งพระองค์ท่านเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรของท่านตามปกติที่ต่างจังหวัด
    >>>>>> > ก็มีชาวบ้านมาต้อนรับในหลวงมากมาย
    >>>>>> > พระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาตามลาดพระบาท
    >>>>>> >
    >>>>>>ที่แถวหน้าก็มีหญิงชราแก่คนหนึ่งได้ก้มลงกราบแทบพระบาท
    >>>>>> > แล้วก็เอามือของแกมาจับพระหัตถ์ของในหลวง
    >>>>>> > แล้วก็พูดว่ายายดีใจเหลือเกินที่ได้เจอในหลวง
    >>>>>> > แล้วก็พูดว่ายายอย่างโน้นยายอย่างนี้
    >>>>>> > อีกตั้งมากมายแต่ในหลวงก็ทรงเฉยๆ
    >>>>>>มิได้ตรัสรับสั่งตอบว่ากระไร
    >>>>>> > แต่พวกข้าราชบริภารก็มองหน้ากันใหญ่
    >>>>>> > กลัวว่าพระองค์จะทรงพอพระราชหฤหัยหรือไม่
    >>>>>> >
    >>>>>>แต่พอพวกเราได้ยินพระองค์รับสั่งตอบว่ากับหญิงชราคนนั้น
    >>>>>> >
    >>>>>>ทำให้เราถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหวเพราะพระองค์ทรงตรัสว่า
    >>>>>> > เรียกว่ายายได้อย่างไรอายุอ่อนกว่าแม่ฉันตั้งเยอะ
    >>>>>> > ต้องเรียกน้าซิถึงจะถูก"
    >>>>>> >
    >>>>>>--------------------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > ครั้งหนึ่งหลายๆปีมาแล้ว
    >>>>>> >
    >>>>>>พระเจ้าอยู่หัวทรงประชวรนิดหน่อยเกี่ยวกับพระฉวีมีพระอาการคัน
    >>>>>> > มีหมอโรคผิวหนังคณะหนึ่งไปเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายการรักษา
    >>>>>> >
    >>>>>> >คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญทางโรคผิวหนังแต่ไม่ได้เชี่ยวชาญทางราชาศัพท์
    >>>>>> > ก็กราบบังคมทูลว่า"เอ้อ- ทรง...
    >>>>>> > อ้า-ทรงพระคันมานานแล้วหรือยังพะยะค่ะ"
    >>>>>> > พระเจ้าอยู่หัวก็ทรงพระสรวลตรัสว่า
    >>>>>> > ฉันไม่ใช่ผู้หญิงนี่จะท้องได้ยังไง"
    >>>>>> >
    >>>>>> >แล้วคงจะทรงพระกรุณาว่าหมอคงจะไม่รู้ราชาศัพท์ทางด้านอวัยวะร่างกายจริงๆ
    >>>>>> > ก็พระราชทานพระบรมราชานุญาตว่าเอ้าพูดภาษาอังกฤษกันเถอะ
    >>>>>> >
    >>>>>>เป็นอันว่าก็กราบบังคมทูลซักพระอาการกันเป็นภาษาอังกฤษไป
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > เช้าวันหนึ่งเวลาประมาณ7 โมงเช้า
    >>>>>> > นางสนองพระโอษฐ์ของฟ้าหญิงองค์เล็ก
    >>>>>> > ได้รับโทรศัพท์เป็นเสียงผู้ชาย
    >>>>>> >
    >>>>>>ขอพูดสายกับฟ้าหญิงทางนางสนองพระโอษฐ์ก็สอบถามว่าใครจะพูดสายด้วย
    >>>>>> > ก้อมีเสียงตอบกลับมาว่าคนที่แบงค์นางสนองพระโอฐก้องง.งง
    >>>>>> > ว่าคนที่แบงค์ทำไมโทรมาแต่เช้า
    >>>>>>แบงค์ก้อยังไม่เปิดนี่หว่า
    >>>>>> > แต่พอฟ้าหญิงรับโทรศัพท์แล้วถึงได้รู้ว่า
    >>>>>>คนที่แบงค์น่ะ
    >>>>>> > ก็ที่แบงค์จริงๆนะไม่เชื่อเปิดกระเป๋าตังค์
    >>>>>> > แล้วหยิบแบงค์มาดูสิ... ขนลุกเลย
    >>>>>> > ---------------------------------------
    >>>>>> >
    >>>>>> > เรื่องนี้รุ่นพี่ที่จุฬาฯเล่าให้ฟังว่า
    >>>>>> > มีอยู่ปีนึงที่ในหลวงทรงเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร
    >>>>>> >
    >>>>>>อธิการบดีอ่านรายชื่อบัณฑิตแล้วบังเอิญว่ามีเหตุขัดข้องบางประการ
    >>>>>> > ทำให้อ่านขาดตอนก็ต้องรีบหาว่าอ่านรายชื่อไปถึงไหนแล้ว
    >>>>>> > ปรากฏว่าในหลวงท่านทรงจำได้
    >>>>>> > ท่านเลยตรัสกับอธิการไปว่า"เมื่อกี้นี้(ชื่อ....)
    >>>>>> > เค้ารับไปแล้ว"
    >>>>>>และมีอีกปีนึงขณะที่พระราชทานปริญญาบัตรอยู่ดีๆ
    >>>>>> > ไฟดับไปชั่วขณะ
    >>>>>> > ทำให้บัณฑิตคนหนึ่งพลาดโอกาสครั้งสำคัญในการถ่ายรูป
    >>>>>> > พอในหลวงทรงพระราชทานปริญญาบัตรเรียบร้อยแล้ว
    >>>>>> > ก่อนที่จะให้พระบรมราโชวาท
    >>>>>> >
    >>>>>>ท่านทรงให้อธิการบดีเรียกบัณฑิตคนนั้นมารับพระราชทานอีกครั้ง
    >>>>>> > เพื่อจะได้มีรูปไว้เป็นที่ระลึก
    >>>>>> > ตื้นตันกันถ้วนทั่วทั้งหอประชุม
    >>>>>> >
    >>>>>> >